fbpx
เบื้องหลังการเปิดตัวครั้งนั้น พนักงานด้านหลังเวทีต่างพากันภาวนาว่า "ขออย่าให้เครื่องดับเถอะ!!" ซึ่งการเปิดตัวนั้นก็สำเร็จได้ด้วยดี และที่เหลือก็คือตำนานของมือถือที่ปฏิวัติโลกเทคโนโลยี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on google
Google+

ย้อนเรื่องราว กว่าจะมาเป็น iPhone มือถือเปลี่ยนโลก เกิดปัญหาชวนปวดหัวแค่ไหน!?

หลายคนยังจำความน่าตื่นตาตื่นใจได้ ตอนที่ Steve Jobs เปิดตัว iPhone เครื่องแรกในปี 2007

แต่รู้หรือไม่ว่า.. เบื้องหลังการเปิดตัวครั้งนั้น พนักงานด้านหลังเวทีต่างพากันภาวนาว่า “ขออย่าให้เครื่องดับเถอะ!!”

ซึ่งการเปิดตัวนั้นก็สำเร็จได้ด้วยดี และที่เหลือก็คือตำนานของมือถือที่ปฏิวัติโลกเทคโนโลยี

กว่าจะมาเป็น iPhone เครื่องแรกนั้น มันยากลำบากแค่ไหน!? แล้วมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นมาบ้าง!?

เราจะพาคุณไปย้อนเรื่องราวดังกล่าวในบทความนี้..

1. ความบังเอิญ ที่ทำให้ Apple หันมาสนใจทัชสกรีน

ต้นกำเนิดของ iPhone นั้น เกิดขึ้นเมื่อทีมครีเอทีฟของ Apple มีแนวคิดที่น่าสนใจว่า ทั้งคีย์บอร์ด และเมาส์ อาจจะไม่ใช่ระบบที่ทำงานได้อย่างสะดวกที่สุด

ดังนั้นพวกเขาจึงออกตามหา “ระบบสั่งการแห่งอนาคต” ที่จะนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ในอนาคตของบริษัท

แม้ก่อนหน้านี้จะมีการใช้งานจอทัชสกรีนอยู่บ้างแล้ว แต่ยังมีปัญหาในเรื่องของการตอบสนองและสั่งการ ซึ่งทำได้ไม่ดีเท่ากับปุ่มกด

บังเอิญว่าในตอนนั้น บริษัทชื่อ “FingerWorks” กำลังประสบความสำเร็จในการวางขายทัชสกรีนแบบใหม่

ระบบทัชสกรีนของพวกเขาเรียกว่าล้ำยุคขึ้นมามาก เพราะไม่เพียงแต่จะตอบสนองเร็วขึ้น แต่สามารถอ่านค่านิ้วพร้อมกันหลายนิ้วได้

ความตั้งใจแรกในการออกแบบ ก็คือให้ผู้พิการทางข้อมือ ได้ใช้งานแทนเมาส์ของเครื่องคอมพิวเตอร์

และก็เป็นเรื่องบังเอิญที่ว่า ในปี 2002 หนึ่งในทีมครีเอทีฟของ Apple มีอาการบาดเจ็บที่ข้อมือ และนำผลงานของ FingerWorks ไปใช้ในที่ทำงานพอดี

การทำงานโดยใช้แค่นิ้วนั้น สร้างแรงบันดาลใจให้ทีมครีเอทีฟคนอื่นๆ เป็นอย่างมาก

พวกเขาจึงนำเสนอผลงานนี้กับฝ่ายการตลาด และไม่พลาดที่จะนำเสนอ Steve Jobs

ซึ่งผลตอบรับจากพวกเขาในตอนแรกคือ… แนวคิดนี้ “ไม่น่าจะไปรอด”

จุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัท Apple เกิดขึ้นเมื่อ Steve Jobs รู้ตัวว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง

เพราะการที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน!? จะรักษาหายหรือไม่? ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจ อยากจะทำผลงานที่ยิ่งใหญ่อีกสักอย่าง

ในช่วงนี้เองซึ่งเขากลับมาคิดถึงทัชสกรีนอีกครั้ง เลยกลับมาสนใจมือถือตัวทดสอบที่พนักงานเคยนำเสนอ

เขาลองเลื่อนรายชื่อผู้ติดต่อในมือถือตัวทดลองดู แล้วก็เกิดความคิดว่า “โทรศัพท์มือถือ” กับ “ทัชสกรีน” มันไปด้วยกันได้

เขาเริ่มโปรเจกต์สร้างมือถือทัชสกรีนเวอร์ชันทดสอบต่อทันที

จนกระทั่งปี 2005 บริษัท Apple ก็สามารถสร้างตัวทดลองที่ทำให้ Steve Jobs “ทึ่ง” ขึ้นมาจนได้

ทำให้ในปีนั้น Apple ตัดสินใจซื้อ FingerWorks เข้ามาเป็นของตัวเอง และเร่งพัฒนาผลงานอย่างเต็มที่

ซึ่งการเร่งพัฒนานี้เอง นำไปสู่สงครามขนาดย่อมภายในบริษัท…

2. Apple: Civil War สงครามภายในบริษัท

ในเวลานั้น Apple มีแนวคิดการทำโทรศัพท์ทัชสกรีนอยู่สองแบบ ได้แก่

– เอา iPod มาขยายขนาดเป็นมือถือ หรือ

– เอา Mac มาย่อขนาดเป็นมือถือ

ปัญหาคือ แทนที่ Steve Jobs จะตัดสินใจใช้แนวคิดอันใดอันหนึ่งไปเลย เขาปล่อยให้ทั้งสองทีมทำงานของตัวเอง เพื่อสร้างบรรยากาศในการแข่งขันขึ้นมา

ทั้งสองทีมจะไม่รู้ถึงการพัฒนาและผลงานของอีกฝั่ง แต่ละฝ่ายต้องทำผลงานของตัวเอง แถมยังไม่ได้ติดต่อกันระหว่างทีม

ข้อดี แน่นอนว่ามันทำให้เกิดการแข่งขัน แต่ข้อเสียก็คือ.. ความเครียดที่ถาโถมเข้ามา

มีข้อมูลว่าความเครียดในช่วงเวลานั้น ทำให้พนักงานทั้งสองแผนกถึงขั้นเขม่นกัน ขณะที่หลายคนทนไม่ไหวต้องลาออกไป

เกิดเป็นสงครามขนาดย่อมขึ้นภายในบริษัท จนบางคนอยากจะให้ล้มเลิกโปรเจกต์นั้นไปเสีย

แต่ในที่สุด.. ทีมที่เอา Mac มาย่อขนาดเป็นมือถือ ก็สามารถยัดระบบปฏิบัติการรูปแบบ Mac ใส่มือถือได้สำเร็จจริงๆ

นอกจากจะชนะแล้ว ระบบปฏิบัติการดังกล่าวยังเป็นพื้นฐานของ iOS ที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

3. แต่ iOS นั่นก็เป็นเพียงแค่ก้าวเล็กๆ เท่านั้นนะ

เพราะในเวลานั้น Apple ยังจำเป็นที่จะต้องออกแบบอุปกรณ์ที่จะมาใช้กับ iOS อีก

และนี่ก็ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ เพราะ Apple นั้นต้องปรับปรุงระบบ FingerWorks บนจอใหญ่ๆ ลงมาใช้ในโทรศัพท์ให้ได้

ซึ่งนั่นเป็นเรื่องยากมากกกกกกกกกกกกกกกก สำหรับบริษัทที่ไม่เคยทำโทรศัพท์มือถือขายมาก่อน

การพัฒนาโทรศัพท์เป็นไปอย่างเชื่องช้า ถึงขนาดที่ว่าในปี 2006 ก่อนถึงกำหนดเปิดตัวสินค้าไม่ถึงปี พวกเขาก็ยังไม่มี CPU ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดด้วยซ้ำ

จนกระทั่งเมื่อ Apple ติดต่อไปยัง Samsung เพื่อสั่งซื้อ CPU มาใช้กับมือถือใหม่

เพราะพวกเขาพบว่า Samsung ในเวลานั้นไม่มีชิปที่ขนาดเล็ก และแรงพอจะประมวลผล iOS ได้ ส่วนชิปที่แรงก็มีขนาดใหญ่จนยัดลงในเครื่องไม่ได้อีก

ดังนั้นพวกเขาจึงขอร้องให้ Samsung ดัดแปลง CPU ใหม่มาให้ในเวลา 6 เดือน ซึ่งถือว่าสั้นมาก สำหรับคำสั่งประเภทนี้

4. เส้นตาย ที่กำลังใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

การจัดงานเปิดตัวสินค้า กำลังใกล้จะถึง ขณะที่โทรศัพท์ของ Apple ที่เริ่มเป็นรูปร่าง ก็ยังเต็มไปด้วยปัญหา

ระบบต่างๆ ยังคงไม่เข้าทิศเข้าทาง มือถือค้างอยู่บ่อยครั้ง

ระบบคีย์บอร์ดของพวกเขา เอ่อ.. ตอนนั้นยังคงเรียกว่าห่วยได้เลย

แถมในช่วง 3 เดือนสุดท้าย CPU จาก Samsung ก็เจอปัญหาอีก

ในช่วงนั้นพนักงานของ Apple บางคนต้องทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ หลายคนถึงกับต้องนอนที่บริษัทเพื่อแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้น

สุดท้ายพวกเขาก็แก้ไขปัญหาได้จริงๆ แค่ที่ระบบแป้นพิมพ์เท่านั้น

ในขณะที่ปัญหา CPU ถูกแก้ไขแบบเฉพาะหน้าไปก่อน

5. เมื่อวันเปิดตัวมาถึง ในปี 2007

ตอนที่ Steve Jobs ออกไปเปิดตัวมือถือในชื่อของ iPhone เบื้องหลังของเวทีจึงเต็มไปด้วยทีมงาน ที่ภาวนาไม่ให้มือถือดับหรือค้างไประหว่างการเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่นี้

ทั้งความทุ่มเทของพนักงาน และโชคยังเข้าข้าง Apple ทำให้การเปิดตัวมือถือ iPhone สำเร็จและกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง

แล้วปัญหาต่างๆ ที่ยังคงเกิดขึ้นกับเครื่อง ก็ถูกแก้ไขไปเกือบทั้งหมด ก่อนที่เครื่องจะวางจำหน่าย

ทำให้ลูกค้าได้รับผลิตภัณฑ์ iPhone ที่เสร็จสมบูรณ์

และสุดท้าย iPhone ก็กลายมาเป็นโทรศัพท์ที่เปลี่ยนโลกได้สำเร็จ อย่างที่พวกเขาตั้งใจไว้!!