fbpx
ไข่ของผู้หญิงเลือกสเปิร์มเองได้!?
ก่อนหน้านี้เคยมีคำปลอบใจแบบติดตลกให้กับคนที่ท้อแท้ในชีวิตว่า “ถึงแม้คุณเกิดมาแล้วจะไม่เคยชนะใครเลย แต่อย่างน้อยตอนคุณอยู่ในท้อง คุณก็ชนะสเปิร์มตัวอื่นๆ มานะ” 
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on google
Google+

ไข่ของผู้หญิงเลือกสเปิร์มเองได้!?

ก่อนหน้านี้เคยมีคำปลอบใจแบบติดตลกให้กับคนที่ท้อแท้ในชีวิตว่า “ถึงแม้คุณเกิดมาแล้วจะไม่เคยชนะใครเลย แต่อย่างน้อยตอนคุณอยู่ในท้อง คุณก็ชนะสเปิร์มตัวอื่นๆ มานะ”.

ถึงจะเป็นการให้กำลังใจแบบขำๆ แต่ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมานิดนึง เพราะที่ผ่านมาเราก็ถูกสอนว่าคนเราเกิดมาได้จากสเปิร์มที่แข็งแรงที่สุดและเร็วที่สุด หรือก็คือเป็นสเปิร์มที่สามารถพุ่งไปแตะไข่ได้ก่อนใครเพื่อน ดังนั้นเราควรภูมิใจที่ชนะสเปิร์มอีกกว่าหลายล้านตัวและเกิดมาในที่สุด
.

ทว่าล่าสุด นักวิทยาศาสตร์กลับตบหน้าเราด้วยงานวิจัยใหม่อีกครั้ง ว่าอันที่จริงเราแล้วอาจไม่ใช่สเปิร์มที่แข็งแรงที่สุดก็ได้ เพราะเซลล์ไข่ของมนุษย์เราสามารถเลือกสเปิร์มที่จะมาปฏิสนธิกับตนเองได้เหมือนกัน! แต่รายละเอียดของงานวิจัยจะเป็นอย่างไรนั้นก็มาติดตามไปพร้อมๆ กันนะคะ
.

งานวิจัยที่หยิบยกมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังนี้จัดทำโดยมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ร่วมกับมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ จากสหราชอาณาจักร และถูกตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ชีวภาพชื่อ Proceedings of the Royal Society B: Biological Sciences
.

โดยในการทดลองนี้ ทีมวิจัยได้ขอไข่และสเปิร์มของคู่รัก 60 คู่จากคลินิกการเจริญพันธุ์มา หลังจากนั้นก็ลองนำสเปิร์ม 2 ตัวจากชายที่เป็นคู่รักและไม่ใช่คู่รักของเจ้าของไข่มาแตะกับไข่ส่วนที่เป็นเยื่อหุ้ม
.

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ เลยคือ นาง A และนาย A เป็นคู่รักกัน ส่วนนาย B เป็นคนแปลกหน้า เมื่อเริ่มการทดลอง ทีมวิจัยก็เอาสเปิร์มของนาย A และนาย B มาแตะกับไข่ของนาง A พร้อมๆ กัน เพื่อดูว่าสเปิร์มตัวไหนจะเข้าไปอยู่ในไข่ได้ก่อน ไข่ของนาง A จะยอมรับเฉพาะสเปิร์มจากนาย A ที่เป็นแฟนตัวเองเท่านั้นหรือไม่
.

และเมื่อได้ผลการทดลองของคู่รัก A มา ทีมงานก็จะจดบันทึกผลไว้แล้วทดลองกับสเปิร์มและไข่ของคู่รักคนอื่นๆ ต่อ เช่น ทดลองแตะสเปิร์มของนาย B และนาย C กับไข่ของนาง B ต่อไป เพื่อยืนยันผลว่าไข่ไม่ได้ยอมรับสเปิร์มของคนใดคนหนึ่งเพียงแค่เพราะสเปิร์มตัวนั้นแข็งแรงกว่า ซึ่งนักวิจัยก็จะทำการทดลองและบันทึกผลวนไปอย่างนี้จนครบ 60 คู่ หลังจากนั้นก็เอาผลมาดูกัน
.

ผลการทดลองที่ได้พบว่าไข่ของผู้หญิงจะดึงดูดสเปิร์มบางตัวของผู้ชายเป็นพิเศษจริงๆ โดยไข่จะผลิตสารเคมีออกมาดึงดูดสเปิร์มตัวที่ชอบ ในขณะที่สเปิร์มที่ไข่ไม่ชอบ พอโดนสารเคมีดังกล่าวเข้าไปก็จะว่ายหนีไปทางอื่น ทำให้สเปิร์มแบบที่ไข่ชอบเข้าใกล้ไข่ได้มากกว่าปกติถึง 18-40 เปอร์เซ็นต์
.

นั่นหมายความว่าเซลล์ไข่ของผู้หญิงเราไม่ได้มีหน้าที่อยู่สวยๆ รอสเปิร์มพุ่งเข้ามาใส่ แบบใครมาก่อนได้ก่อนอย่างที่เราเคยเชื่อกันอีกต่อไป เพราะอันที่จริงเซลล์ไข่ของเรานั้นก็เลือกสเปิร์มที่ตนเองชอบเหมือนกัน!
.

และเพื่อให้ยืนยันแนวคิดดังกล่าว ทีมวิจัยจึงทำการทดลองกับไข่และสเปิร์มของหนูทดลองอีกครั้ง โดยใช้วิธีปฏิสนธินอกร่างกายของหนู เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาและสังเกตการณ์ แต่เนื่องจากเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าหนูตัวไหนเป็นแฟนกัน หนูตัวไหนแค่ one night stand ทีมวิจัยจึงเลือกใช้สเปิร์มจากหนูที่เป็นญาติและไม่ใช่ญาติกันแทน
.

ซึ่งผลการทดลองพบว่า ไข่ของหนูจะดึงดูดสเปิร์มตัวที่ไม่ใช่ญาติมากกว่า ถึงแม้ว่าเราจะพิสูจน์ไม่ได้ว่าหนูมีสำนึกผิดชอบชั่วดี ไม่มีสัมพันธ์ทางกายกับญาติพี่น้องของตัวเองจริงมั้ย แต่ทางธรรมชาติ ไข่ของหนูก็เลือกสเปิร์มที่มีสายเลือดห่างกันมากกว่าสเปิร์มที่มีสายเลือดใกล้เคียงกัน
.

น่าเสียดายที่ทีมนักวิจัยยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่า สารเคมีที่ไข่ผลิตออกมาเพื่อไล่สเปิร์มที่ไม่พึงประสงค์นี้ประกอบไปด้วยสารอะไรบ้าง และมันทำงานอย่างไร ทำไมมันถึงแยกสเปิร์มที่ตัวเองชอบและไม่ชอบออกจากกันได้ ซึ่งหลังจากนี้นักวิทยาศาสตร์คงต้องศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมกันต่อไป แต่จากการคาดการณ์เบื้องต้นคาดว่ามันน่าจะเป็นสารอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง
.

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยได้ระบุเพิ่มเติมอีกด้วยว่า บางครั้งไข่ของผู้หญิงไม่ได้ปฏิเสธแค่สเปิร์มของชายอื่นเท่านั้น แต่ยังปฏิเสธสเปิร์มจากแฟนตัวเองด้วย เนื่องจากต่อให้ผู้หญิงเจ้าของไข่ชอบแฟนตัวเองมากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไข่ของเธอจะชอบสเปิร์มของเขาตามไปด้วย เพราะดูเหมือนไข่ของคนเราจะมีสเปกของตนเองเช่นกัน
.

และนั่นก็ทำให้เกิดปัญหาการมีบุตรยากขึ้นมา แต่ถ้าหากเราสามารถเข้าใจการดึงดูดหรือปฏิเสธสเปิร์มของไข่ได้ดีขึ้น มันก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาการมีบุตรยากที่คู่รักหลายคู่กำลังปวดหัวกันอยู่ก็ได้
.

สรุปแล้ว ไม่ว่าไข่จะเลือกสเปิร์มที่มาปฏิสนธิกับตนเองด้วยหลักเกณฑ์อะไร แต่อย่างน้อยการทดลองก็พิสูจน์ให้เห็นว่าไข่สามารถเลือกผลักไสสเปิร์มที่ไม่ต้องการด้วยการปล่อยสารเคมีออกมาได้แน่ๆ แต่ผู้หญิงเจ้าของไข่เองไม่สามารถควบคุมการปล่อยสารเคมีตรงนี้ได้ และไข่ของเราก็อาจไม่ผลักไสสเปิร์มที่ไม่ใช่ของแฟนเราออกไปด้วย ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดการพลาดท้อง เราก็ควรจะป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งนะคะ