fbpx
ยังเหลือสิทธิ์อีกเยอะ-โครงการใหม่-ธ.ออมสิน-อาชีพอิสระ-งานประจำ-ให้รายละ-5-หมื่น-ไม่ต้องค้ำ-ไม่ใช้หลักทรัพย์
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on google
Google+

ยังเหลือสิทธิ์อีกเยอะ โครงการใหม่ ธ.ออมสิน อาชีพอิสระ-งานประจำ ให้รายละ 5 หมื่น ไม่ต้องค้ำ ไม่ใช้หลักทรัพย์

ออมสิน ปล่อยกู้สินเชื่อเสริมพลังฐานราก รายละไม่เกิน 5 หมื่น ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ – บุคคลค้ำประกัน ประคอง “คนมีรายได้ประจำ-อาชีพอิสระ”

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 ได้มีมติเห็นชอบปรับปรุงการดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (Covid-19) วงเงิน 20,000 ล้านบาท ที่ธนาคารออมสินได้ดำเนินการปล่อยกู้ไปเมื่อเดือนเมษายน 2563 ซึ่งธนาคารอนุมัติสินเชื่อไปเเล้ว 1,012 ล้านบาท เเละยังมีวงเงินสินเชื่อคงเหลืออยู่อีกจำนวน 18,988 ล้านบาท

จึงให้ปรับปรุงเเนวทางช่วยเหลือเเก่ประชาชนให้เป็นไปอย่างทั่วถึงเเละครอบคลุมประชาชนผู้ประกอบอาชีพทุกกลุ่ม เห็นควรปรับปรุงการดำเนินโครงการด้วยการจัดสรรวงเงิน 10,000 ล้านบาท จากวงเงินเดิมที่เหลืออยู่ นำมาปล่อยกู้ผ่าน “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก” ภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนยื่นขอสินเชื่อได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ได้ตั้งเเต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563

สำหรับสินเชื่อประเภทนี้ต้องการช่วยเหลือบุคคลที่มีอาชีพค้าขาย ประกอบอาชีพอิสระ เเละผู้มีรายได้ประจำรวมถึงบุคคลในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ Covid-19 ทำให้รายได้ลดลงหรือขาดรายได้ ด้วย เป็นสินเชื่อเพื่อการดำรงชีพ เพื่อการลงทุน/หมุนเวียนในกิจการ ให้วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน (Flat Rate) ระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ไม่เกิน 3 ปี ที่สำคัญไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกันเงินกู้ อีกทั้งยังปลอดชำระเงินต้นเเละดอกเบี้ย หรือไม่ต้องชำระเงินงวดใน 6 เดือนเเรกอีกด้วย

ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวอีกว่า การเเพร่ระบาดไวรัสโคโรนา (Covid-19) ยังคงส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เเละกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่มีอาชีพอิสระเเละผู้มีรายได้ประจำ ธนาคารออมสินจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสินเชื่อเสริมพลังฐานรากที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จะเป็นการบรรเทาสถานการณ์ที่เดือดร้อนลงได้ไม่มากก็น้อย

ที่มา:hot.khaoduan.live